สงกรานต์+เหล้า = กูก็เมาของกูทุกวัน

วันที่โพสต์นี้เป็นวันสงกรานต์วันสุดท้าย ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๔ (ตามที่ปฏิทินว่าเอาไว้) สงกรานต์เป็นประเพณีที่มีมาพร้อมกับการตั้งอาณาจักรสุวรรณภูมิ จะกี่พันปีผ่านมาก็ช่างมัน แต่สงกรานต์ก็มีวิวัฒนาการกว่าจะมาเป็นสงกรานต์ที่เราๆ ท่านๆ ได้พบพานอยู่ในปรัตยุบันนี้ เอาเป็นว่าเท่าที่จำความได้พวกเราเหล่ามนุษย์บนคาบสมุทรแห่งนี้ก็เล่นรด สาด ขว้างน้ำกันมาอยู่ก่อนเก่าแล้ว

ตามปฏิทินวันสงกรานต์เริ่มต้นในวันที่ ๑๓ เมษายน เรื่อยมาจนถึงวันที่ ๑๕ เมษายนเป็นประจำทุกปี แต่ระยะหลังเพื่อเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ หรือชาติพันธุ์อื่นที่เขาไม่มีวัฒนธรรมการประเพณีเกี่ยวกับการสาดน้ำนี้ได้มาท่องเที่ยวในพื้นถิ่นของตน หลายที่จึงมีวัน “เล่น” สงกรานต์ที่เคลื่อนไปจากวันสุดท้ายในปฏิทิน

เทศกาลสงกรานต์ของทุกปีเราจะประสบกับปัญหาเหมือนๆ กันคือประมาณเมื่อสิบกว่าปีหลังนี่ นั่นก็คืออุปัฐวเหตุ ชาวไทยเราสูญเสียประชากรเพื่อประกอบพิธีในเทศกาลสงกรานต์กันปีละหลายร้อยคน บางปีเฉียดพัน พิกลพิการอีกไม่ใช่น้อย ความสูญเสียด้านชีวิตที่ไม่อาจประมาณการเป็นมูลค่าได้ ต้องผสมรวมเข้ากับความสูญเสียด้านทรัพย์สินที่ประเมินประมาณได้อีกไม่รู้ปีละเท่าไหร่

เพราะอะไร?

ไม่ต้องวิเคราะห์วิจัยก็คงจะพออนุมานได้ว่าอุปัฐวเหตุอันเป็นหลักแห่งความสูญเสียนั้นเนื่องมาจากการดื่ม “เหล้า” จะเป็นเหล้าที่เป็นเหล้า หรือจะเป็นเหล้าที่เป็นไวน์ กระแช่ อุ สาโท หรือน้ำเมา น้ำขาว ยาดองหรืออื่นๆ ที่สุดแท้จะเรียกก็ตามที ก็หมายรวมคือเหล้าอันเป็นประเภทเดียวกัน

เหล้าหากกินเป็นกระษัยก็สามารถเป็นยาเพื่อบำรุงธาตุแลเลือดลมของผู้ดื่มได้ แม้นว่าดื่มมากเกินไปก็อาจจะเมามายมิได้สติ ทุกสิ่งอย่างย่อมมีดีมีชั่ว

เทศกาลสงกรานต์ศกปรัตยุบันสิ่งที่พวกเราเกรงกลัวก็คงไม่พ้นเรื่องอุปัฐวเหตุอันเกิดจากการเมาแล้วขับ ซึ่งตามข้อมูลพบว่าเป็นสาเหตุหลักแห่งอุปัฐวเหตุที่พบเจอ

สงกรานต์วันสุดท้าย (๑๕ เมษายน) ในวันที่โพสต์นี้ ไม่ทราบว่าตัวเลขของอุปัฐวเหตุและชีวิตที่ต้องสูญเสียไปนั้น ตอนนี้อยู่ในระดับไหน ซึ่งทุกปีก็จะมีการจัดอันดับว่าพื้นที่จังหวัดใด มีจำนวนครั้งของอุปัฐวเหตุมากเป็นเท่าใด และรัฐบาลก็จะข่มขู่กับผู้การจังหวัด ผู้ว่าฯ จังหวัดว่าจะมีการโยกย้ายหรือมีบทลงโทษอย่างไรหากไม่สามารถลดจำนวนความสูญเสียให้น้อยลงไปจากปีกลายได้ ซึ่งทำกันถึงขั้นนี้ เรื่องน่าเศร้าก็หาได้ลดน้อยลงไปจากเดิมมากมายอะไรไม่

หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพบว่าอุปัฐวเหตุที่คร่าชีวิตแลทรัพย์สินของประชาชนนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหล้าก็สมควรอยู่เองที่ต้องส่งเสริมให้ประชาชนคนในชาติของตนหันมามองเรื่องเกี่ยวกับเหล้าไปในทิศทางเดียวกันกับตน

คนกินเหล้าไม่ได้เป็นคนชั่วร้าย และในทางกลับกันคนที่ไม่ได้กินเหล้าก็ไม่ได้แสดงว่าเป็นคนดีเสมอไป

ข้าพเจ้าเองก็เป็นคนกินเหล้า ถึงแม้นไม่ใช่เทศกาลอันใดเลย ข้าพเจ้าก็นิยมการกินเหล้า ถึงโลกใบนี้จะไม่มีเทศกาลสงกรานต์ ข้าพเจ้าก็เมาของข้าพเจ้าทุกวัน

เรื่องคนตายเพราะอุปัฐวเหตุมันอาจเกี่ยวกับเหล้า แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเหล้า เพราะเท่าที่ผ่านมาจนทุกวันนี้ผมก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนเพราะการกินเหล้าของผม

คนกินเหล้าเมาแล้วไม่เหมือนกัน ไปแก้ที่คนง่ายกว่ากันเยอะ อย่าไปโทษเหล้าให้มันแพงขึ้นอีกเลย


About this entry