ร่วมต่อต้านการเซ็นเซอร์ทางอินเตอร์เน็ต

ผมเป็นคนที่ใช้อินเตอร์เน็ต และคิดว่าตัวเองมีวุฒิภาวะและความสามารถเพียงพอที่จะตัดสินใจได้ว่าอะไรควรเชื่อและอะไรไม่ควรเชื่อ

เว็บไซต์ที่เวิร์ดเพรสเป็นชุมนุมชนขนาดใหญ่ เอาเฉพาะแค่เมืองไทยก็มีเป็นหมื่นบล็อกแล้ว การแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายย่อมนำมาซื่งความรู้ที่หลากหลายเฉกเช่นเดียวกัน

ที่พร่ำเพ้อมาทั้งหมดไม่ใช่อะไร มีเว็บไซต์ที่อาศัยชุมชนของเวิร์ดเพรส (ซึ่งเป็นสถานที่เปิดกว้าง) แห่งหนึ่ง ได้ทำการต่อสู้ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต นั่นคือเว็บไซต์  FACT (Freedom Against Censorship Thailand) เป็นองค์กรที่มีอาสาสมัครหลายคนและมีสมาชิกหลายร้อยรายให้การสนับสนุน ความหมายของ FACT คือความเป็นจริง ชัดเจนและความหมายของชื่อย่อทั้งหมดแปลได้ว่า “กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย” และก็เป็นชื่อขององค์กรนี้ในภาษาไทย

องค์กรนี้มีเจตนาแน่วแน่และแข็งขันในการรณรงค์ให้ประเทศไทยและหมู่ภาคีสมาชิกที่ยึดโยงด้วยสายเคเบิ้ลทั่วโลกที่จับไม้จับมือกันนั้นมีอิสระที่แท้จริงในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอข้อมูลที่ประชาชนต้องการนำเสนอแม้ว่าข้อมูลเหล่านั้นอาจจะได้รับการยอมรับในหน่วยงานที่ดูแลของประเทศนั้นๆ เพียงแค่อ้างเรื่องความมั่นคงของประเทศและศีลธรรมของคนในชาติ

FACT ไม่ได้ต่อต้านการจำกัดการนำเสนอข้อมูลที่ได้รับการกลั่นกรองเพียงแต่การปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาที่ประเทศต่างๆคิดว่าประสบนั้นได้รับการแก้ไขแต่อย่างได

องค์กรนี้เพียงแค่ต้องการให้การควบคุมเป็นไปอย่าง “ยอมรับ” และ “เท่าเทียม” และเหล่าสมาชิกก็ไม่ได้มีความคิดที่จะต่อต้านการกระทำที่เท่าเทียมนั้นของผู้มีอำนาจแต่อย่างใด

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศของไทยได้รายงานว่าเฉพาะปีที่กำลังจะผ่านไปมีเว็บไซต์กว่า ๒๐,๐๐๐ แห่งที่กระทรวงทำการปิดกั้น เพียงเพราะการกล่าวอ้างของกระทรวงในข้อที่ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงและหลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย

การปิดกั้นของกระทรวงเป็นเรื่องปัญญาอ่อนที่หาความภาคภูมิใจไม่ได้เลย เพราะการปิดเว็บไซต์ที่กระทรวงอ้างว่า….นั้นไม่ได้รับการพิสูจน์ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดเลยว่าเป็นจริงตามคำกล่าวโทษของกระทรวงฯ อยู่ดีๆ กระทรวงอาจบอกว่าเว็บใครต่อใครขัดกับกฎหมายร้อยแปดมาตราที่กระทรวงมีอำนาจบังคับใช้อยู่ในมือ รวมถึงกฎหมายฉบับล่าสุดคือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย

การกระทำของกระทรวงฯ นอกจากไม่ใช่เป็นการแก้ไขความเข้าใจผิดของเจ้าของเนื้อหาหรือเจ้าของเว็บแล้วยังเป็นการสร้างองค์กรใต้ดินขึ้นมาอีกประเภทหนึ่งด้วย

กระทรวงฯคิดว่าเมื่อกระทรวงฯ ปิดเว็บไซต์ต่างๆ เหล่านั้นแล้วคนที่สนใจ  (ที่เพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวจากการโฆษณาโดยไม่เสียเงินของกระทรวงฯ) ข้อมูลมีวิธีอีกเป็นร้อยที่จะสามารถเข้าถึงเนื้อหาภายในเว็บไซต์นั้นได้

ไม่นับว่ามีเว็บไซต์ที่เกิดใหม่มาแทนที่อีกวันละเป็นหมื่นเป็นพันเว็บไซต์

หากกระทรวงฯ จะพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าอะไรคือสาเหตุของการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารที่กระทรวงฯ พยายามทำนั้น กระทรวงฯ เองก็จะทราบว่าสิ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาที่กระทรางฯ คิดว่าเป็นปัญหาได้ดีที่สุดคือ “การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างและเฝ้าดู”

ใครมีความคิดเห็นประการใดท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและให้ข้อมูลได้ที่ลิงค์นี้และหากท่านต้องการร่วมต่อต้านการกระทำอันเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่เราพึงมีโดยอิสระเสรีแล้วก็สามารถร่วมลงชื่อได้ที่เว็บเดียวกัน

ใครเคยดูก็อดฟาร์เธอร์หนังยอดฮิตเมื่อหลายสิบปีก่อนก็คงจะจำประโยคสุดอมตะที่ว่า “Keep your friends close but your enemies closer”

มองไปไม่เห็นใคร ไม่แน่เสมอไปว่าจะไม่มีศัตรู

เดียวเองจ้า


About this entry