เครือข่ายต้านจัดงานบุหรี่ประกาศชัยชนะ

วันนี้ขอแปะข่าวหน่อยเถอะ เรื่องนี้เราเอามาลงแล้ว เรื่องการจัดงานมหกรรมบุหรี่ที่มีการจัดที่เมืองทองธานีผ่านไปแล้ว ซึ่งพวกเราไม่อยากให้จัดแต่ก็จัด แต่พวกเราก็ได้พยายามช่วยกันต่อต้านการจัดงานและรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านและตระหนักรู้เรื่องภัยร้ายของบุหรี่

ข่าวนี้มาจากไทยรัฐต้องขอขอบพระคุณไทยรัฐมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

“หมอหทัย” ปธ.เครือข่ายต้านเอ็กซ์โปบุหรี่ประกาศชัย เหนืองานเอ็กซ์โปมะเร็ง จัดงาน 3 วันมีคนมาชมแค่วันละ 300 สูญเม็ดเงินมหาศาล แถมถูกแจ้งความจับฐานผิดกม.ยาสูบ นำผลิตภัณฑ์มาวางโชว์โจ๋งครึ่ม..

จากกรณีเครือข่ายต้านภัยเอ็กซ์ โปบุหรี่ ส่งสายลับแทรกซึมบอดี้การ์ดต่างชาติที่มีมากมายเข้าไปบันทึกภาพการแสดงตัว สินค้าอย่างโจ๋งครึ่มภายในงานมาได้ พร้อมกับเข้าแจ้งความ สภ.ปากเกร็ด ให้ดำเนินคดีกับผู้จัดงานบุหรี่เอ็กซ์โปในประเทศไทย กระทำความผิดมาตรา 8 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 ที่ห้ามมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือทำให้เห็นและได้รับทราบข้อความในที่ สาธารณะ โทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท แต่หากเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์กระทำผิดเองจะมีความผิดเป็น 2 เท่านั้น

ล่า สุด เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าไปยัง นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานเครือข่ายต้านภัยเอ็กซ์โปบุหรี่ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงดีใจหลังจากเสร็จสิ้นการแจ้งความเอาผิดผู้จัดงานเอ็ก ซ์โปบุหรี ว่า ตั้งแต่การนำเครือข่ายต่อต้านภัยเอ็กซ์โปบุหรี่และภาคีมากมายร่วมรณรงค์ และร่วมกันแสดงออกด้วยการตะโกน “GET OUT” พร้อมกับมีละครเสียดสีอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายบุหรี่บริเวณสถานที่จัดงาน ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ทั้งหมดถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างย่ิงใหญ่ ตั้งแต่ก้าวแรกก่อนที่งานบุหรี่เอ็กซ์โปจะจัดขึ้นทีี่ประเทศไทย

“วันนี้บอกได้เลยว่าพวกเราสามารถประกาศชัยชนะต่อบริษัทต่างชาติพวกนี้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด” นพ.หทัย กล่าว

ประธาน เครือข่ายต้านภัยเอ็กซ์โปบุหรี่ กล่าวต่อว่า ทันทีที่ผู้จัดงานประกาศว่า “We win Thailand : We win every where” ทางเครือข่ายและภาคต่างๆ ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมมากมายเพื่อลบคำนี้ ไล่ไปตั้งแต่ทำจดหมายทักท้วงไปยังนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีข่าวว่าจะไปเป็นประธานในพิธี เปิดงาน ว่าหากเป็นประธานพิธีเปิดงานก็เท่ากับไทยสนับสนุนงานนี้ แล้วจะทำอุตสาหกรรมบุหรี่เจริญมากขึ้น คนก็สูบบุหรี่กันมากขึ้นจะมีคนตายมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีคนตายปีละเกือบ 50,000 คนเพราะพิษภัยของมัน ปรากฏว่าได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรี เมื่อไม่มีคนสำคัญของประเทศเจ้าภาพมาเปิดงาน คนก็ให้ความสนใจน้อยลง ซึ่งผู้จัดงานยอมรับว่า 3 วันมีคนมาชมงานเพียงวันละ 300 คน นอกจากนี้ในแผ่นโบชัวร์แนะนำงานยังระบุอีกว่าภายในงานมีการเปิดบูทให้คนที่ มาเที่ยวลองสูบบุหรี่ได้ โดยกำหนดการทั้งหมดก็ต้องหยุดไปโดยบริยายจากการเฝ้าระวังของเรา

นพ.หทัย กล่าวว่า ความสำเร็จก้าวที่ 2 คือ วันที่ 12 พ.ย.ที่่ผ่านมา มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้จัดนำสินค้าออกมาโชว์อย่างโจ๋งครึ่ม ที่สุดแล้วก็สามารถนำเจ้าหน้าไปไปจับและดำเนินคดีผู้จัดงานได้ ซึ่งเป็นการประกาศชัยชนะที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะตั้งแต่มีงานเอ็กซ์โปบุหรี่ขึ้นมาเป็นสิบๆ ครั้งเขาก็จัดสะดวกโยธินทุกๆ ประเทศได้รับความสำเร็จสูงมาก ๆ แต่มาคราวนี้เจ้าของงานยอมรับกับเราว่าขาดทุนย่อยยับ เป็นคดีความ ทั้งๆ ที่เขาจัดทีมนักกฏหมายมากมายมาดูแลเรื่องนี้ทำอย่างไรจะไม่ละเมิดกฏหมาย ระหว่างประเทศ แต่ปรากฏว่าที่สุดแล้วแพ้ไทย

เป็นไงปลื้มใจใหม? อะไรดีเราชื่นชม แต่ที่เราเห็นว่าไม่ดีเราก็หวังว่าเราจะคิดเห็นเหมือนกัน “เราต้องต่อต้าน” ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือและร่วมกันรณรงค์ต่อเรื่องนี้

เดี่ยวเองจ้า!!


About this entry